ข้อคิดนอกกรอบ

พลังแห่งการคิดบวก

เคยไหมเวลาเราเจอเรื่อง "หนักใจ"หรือ"ทุกข์ใจ"แล้วเราคิดหาทางออกไม่เจอถ้าเป็นเช่นนั้นลองเข้ามดูบทความนี้ครับ

                             

“แล้วมันดีอย่างไร”

เคยรู้สึกไหมว่าโลกที่เราอยู่นี้มันไม่ยุติธรรมกับเราเสียเลย !

เคยรู้สึกไหมว่าทำไมเราต้องทำงานกับเจ้านายแย่ๆด้วย !

เคยรู้สึกไหมว่าทำไมเราต้องมีเพื่อนร่วมงานห่วย ๆ อยู่กับเรา !

เคยรู้สึกไหมว่าทำไมรถจะต้องมาติดอีตอนที่เราเร่งรีบด้วย !

เคยรู้สึกไหมว่าทำไมเรายืนต่อคิวซื้อของอยู่ดีๆ แล้วมีคนมาแซงคิวต่อหน้าเรา !

มันคงจะมีอีกหลากหลายความรู้สึกมากมายต่างๆที่ เป็นเช่นนั้น จะมีคนเคยกล่าวไว้ว่า

“ จงระวัง ความคิด เพราะความคิดจะกลายเป็นคำพูด

จงระวัง คำพูด เพราะคำพูดจะกลายเป็นการกระทำ

จงระวัง การกระทำ เพราะการกระทำจะกลายเป็นนิสัย

จงระวัง นิสัย เพราะนิสัย จะกลายเป็นบุคลิก

จงระวัง บุคลิก เพราะบุคลิก จะกลายเป็นชะตากรรม ”

เพราะสิ่งที่เราคิดอยู่มากๆเข้าทุกวัน มันจะแสดงออกเป็นการกระทำ เพราะถ้าเราคิดแล้วไม่ทำ เราถือว่าไม่ได้คิด เพราะไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นการกระทำ เราคิดเช่นไร เราจะเป็นเช่นนั้น ดังนั้น พลังของการคิดนั้นมีพลังมาก

“ พลังของการคิดจึงเป็นพลังสำคัญที่จะก่อให้เกิดผลดีหรือผลร้ายขึ้นมาได้ ”

     พลังที่ทำให้ความคิดก่อเกิดไปในแนวทางที่ดีคือพลังของการคิดบวกและพลังของการคิดบวกจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นถ้าเรารู้จัก

ตั้งคำถามที่ดีไปด้วย

โดยเมื่อไรก็ถามที่เกิดเรื่องราวต่าง ๆ เข้ามากระทบในชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย ให้เราตั้งคำถาม ถามตัวเองว่า

“ แล้วมันดีอย่างไร ”

และ

“ เราจะทำให้มันดีขึ้นได้อย่างไร ”

ทุกครั้งที่มีเรื่องเข้ามาทำให้ผู้เขียนหนักใจ ทุกข์ใจหรือสุขใจ ผู้เขียนจะตั้งคำถามให้กับตัวเองอยู่เสมอว่า  “ แล้วมันดีอย่างไร ”

เช่น เมื่อต้นปี 2555 ที่ผ่านมาผู้เขียนได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีปรากฏผลการตรวจสุขภาพออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีค่าการตรวจสุขภาพน่าหนักใจหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นความดัน , หัวใจ , น้ำตาลในเลือด , ระดับคลอเลสเตอรอล ทำให้ผู้เขียนกังวลมาก ๆ คิดในเชิงลบไปต่างๆนา คิดมาก ๆ เข้าจนพาลไปถึงเครื่องไม้เครื่องมือว่า ไม่ได้มาตรฐาน คุณหมอวัดไม่ดี

     จนผมต้องตั้งสติและกลับมาใช้พลังของการคิดบวกตั้งคำถามกับตัวเองว่า

    “ แล้วมันดีอย่างไร ” ทำให้เราเกิดการตระหนักรู้ได้ว่า

- ตอนนี้ร่างกายเรา เขามาเตือนเราแล้วนะ เราต้องใส่ใจเขาให้มากกว่านี้นะ

- ได้มีเวลาออกกำลังกายมากขึ้นจากเมื่อก่อนที่ไม่เคยทำเลย

- ได้เห็นภรรยาและลูกสาวมีสุขภาพที่แข็งแรงเพิ่มขึ้นเพราะกับมาออกกำลังกายกันทั้งครอบครัว

- ไม่เปลืองค่าอาหาร เวลาไปทานร้านนอกบ้าน เพราะรู้จักทาน รู้จักเลือกมากขึ้น

- ได้เรียนรู้วิธีที่จะรักตัวเองได้มากขึ้นจากเมื่อก่อน

-ฯลฯ

“ แล้วเราจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร ”

- ทำให้เรารอบคอบ ระมัดระวังมากขึ้น ในเรื่องการทานอาหาร

- ทำให้เรารู้จักเลือกทานสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเราและคนรอบข้าง

    จนปัจจุบันค่าต่าง ๆ ของการตรวจสุขภาพประจำปี 2556  ออกมาเป็นผลที่น่าพอใจมากครับ ทุกตัวลดลงมาจมอยู่ในเกณฑ์ที่คุณหมอต้องร้อง Wow

- ความดันหัวใจผมแต่เดิม 180 / 120 ลดลงเหลือ 110 / 70

- ระดับการเต้นของหัวใจแต่เดิม 110 ลดลงเหลือ 65

- ระดับน้ำตาลในเลือด 150 ลดเหลือ 110

ทำให้ผู้เขียนนึกถึงคำพูดที่ว่า

“ คนเราคิดอะไร ก็จะได้อย่างนั้น ”

 

                                                                                                                      

                                                                  ครูอ๊อฟ   วิทยากรนอกกรอบ